วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความรู้ในหลักการและความรู้ด้านข้อมูล


ถ้าจะว่าไปแล้วในโลกนี้มีงานหลายอย่างที่ดูเหมือนง่ายแต่ในการทำให้สำเร็จกลับต้องใช้ความรอบรู้ในหลายด้าน หนึ่งในนั้นก็คืองานทางด้านการลงทุนที่หากต้องการอยู่ในนลาดได้อย่างยืนยาวและมั้นคง จะต้องอาศัยความรู้ในหลายด้านเพราะไม่ใช่ว่าใครก็ตามที่อยู่ดีดีก็มานั่งซื้อขายหุ้นจะได้กำไรทุกคนไป จริงอยู่เมื่อตลาดเป็นขาขึ้นคนส่วนใหญ่ก็จะได้กำไรแต่เมื่อตลาดเป็นขาลงเมื่อไร เราจะเห็นกันได้ทันทีว่าคนที่จะเอาตัวรอดจริงๆ ได้นั้นเป็นใครกันบ้าง

สิ่งหนึ่งที่จะนำพาเราให้เอาตัวรอดได้ก็คือความรู้นั่นเอง (ในคราวนี้ผมจะคุยให้ฟังถึงเรื่องของความรู้แต่ที่จริงแล้วยังมีอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือความชำนาญที่นักลงทุนที่ดีจะต้องมีด้วยเช่นกัน) และในเรื่องของการลงทุนผมอยากแบ่งความรู้ออกเป็นอย่างน้อยก็สองส่วน ส่วนแรกคือความรู้ในหลักการและส่วนที่สองก็คือความรู้ในข้อมูล หากเราไม่คิดอะไรมากเราก็จะมีความรู้สองส่วนนี้ปนกันอยู่ในสมองของเรา การจำแนกแยกออกมาอย่างชัดเจนจะช่วยให้การคิดของเราเป็นระบบมากขึ้น

1) ความรู้ในหลักการ

ส่วนนี้คือความรู้ด้านวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านวิศวกรรม ความรู้ทางด้านภาษา ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ หรือสำหรับพวกเราแล้วก็คือความรู้ทางด้านการเงิน ธุรกิจ และการลงทุน ซึ่งสำหรับนักลงทุนแล้วเราก็ต้องมีความรู้ด้านการเงิน สามารถวิเคราะห์งบการเงินได้ว่าดีหรือไม่ สามารถเข้าใจได้ว่าธุรกิจนั้นมีขั้นตอนการทำกำไรอย่างไร มีส่วนประกอบอะไรบ้างที่ทำให้กำไรมากขึ้นหรือน้อยลง (เช่น ราคาขาย ต้นทุน ดอกเบี้ยจ่าย อัตราภาษี ค่าเสื่อมราคา ล้วนมีผลต่ออัตรากำไรสุทธิ) สิ่งต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นความรู้ในหลักการที่เป็นแกนหลักในการเข้าใจธุรกิจที่เราสนใจที่จะลงทุนได้

2) ความรู้ทางด้านข้อมูล

ความรู้ทางด้านนี้คือการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของเรา เป็นความรู้ทางด้านตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงเช่น อัตรากำไรของบริษัทในธุรกิจประเภทต่างๆ ย่อมไม่เท่ากันแต่อัตรากำไรของธุรกิจเหล่านั้นมีตัวเลขเป็นเช่นไรบ้าง ความรู้ทางด้านอัตราดอกเบี้ยต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคารในระยะสั้นในระยะยาว อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ของบริษัทที่มีความมั่นคงในระดับต่างๆ ว่าเป็นตัวเลขเท่าใด อัตราหนี้สินต่อทุนของธุรกิจต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้ว่าสามารถสั่งนี้ได้เท่าไรโดยยังคงปลอดภัยอยู่ รวมทั้งแนวโน้มของตลาดและธุรกิจว่าเป็นเช่นไร มีการเติบโตของลูกค้าของยอดขายอย่างไรเป็นตัวเลขเท่าใด หรือจะว่ากันง่ายก็คือความรู้ทางด้านข้อมูลนี้มักเป็นความรู้ด้านตัวเลขว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นมีตัวเลขเป็นอย่างไรที่เราควรจะมีความรู้เอาไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้ง่ายขึ้น และทำให้ตัวเองมีโอกาสที่ดีในการลงทุนมากขึ้น

ความรู้ในหลักการเมื่อรวมกับความรู้ด้านข้อมูลจะช่วยได้มากในการแสวงหาโอกาสในการลงทุนที่ดี ทำให้เราสามารถทำนายอนาคตได้ และในหลายครั้งความรู้ทางด้านข้อมูลสามารถช่วยชีวิตการลงทุนของเราได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจบางอย่างไม่น่าจะมีอัตรากำไรและกำไรมากมายนักแต่บริษัทกลับแจ้งว่ามีกำไรมากมายผิดปกติโดยหาคำอธิบายที่ชัดเจนไม่ได้ เราก็ควรหลีกเลี่ยงในการลงทุน หรือย้อนกลับไปในปีก่อนเกิดวิกฤตที่หุ้นของบรรดาบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ มีราคาแพงลิบลิ่วมากกว่าบริษัทชั้นเยี่ยมที่ดำเนินกิจการมาหลายสิบปีที่มีทั้งโรงงานและพนักงานที่มีความรู้มากมาย แบบนี้ความรู้ด้านข้อมูลของเราก็บอกว่ามันไม่สมเหตุสมผลแล้วจึงควรที่จะถอยออกมาจากการลงทุนเป็นต้น ไม่เช่นนั้นแล้วก็ต้องลงทุนด้วย การจัดการความไม่รู้ - เมื่อไม่สมเหตุสมผลก็ต้องคิดว่าเราไม่รู้ไว้ก่อน เพื่อเอาตัวรอดให้ได้ครับ