วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อย่าคาดเดาดัชนี



เพื่อนหลายคนมีกิจกรรมการ... เก็งกำไร (ผมขอเรียกว่าเก็งกำไรก็แล้วกันนะครับ) กับการคาดเดาดัชนี ว่าในปีหน้า เดือนหน้า สัปดาห์หน้า พรุ่งนี้ หรือแม้แต่ บ่ายนี้ หรือเช้าวันรุ่งขึ้น ดัชนีจะขึ้นหรือลง ซึ่งสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดหลักทรัพย์จริงๆ แล้ว  อาจจะพอรู้ได้ว่าโอกาสที่จะคาดได้ถูกนั้นไม่ค่อยต่างอะไรกับการโยนเหรียญเท่าไรนัก

การคาดเดาดัชนี


จะว่าไปแล้วการคาดเดาดัชนีก็คือการคาดเดาตลาดนั่นเอง และแปลกที่การเดาว่าดัชนีของตลาดจะขึ้นหรือลงในวันรุ่งขึ้นนั้นมีโอกาสถูกประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง อย่างน้อยก็โดยส่วนตัวของผม เรียกว่าแค่เดาว่าดัชนีจะ "ขึ้น" หรือ "ลง" ยังยากเลย แม้ในยามที่ดัชนีดูจะมีทิศทางแน่นอน แต่ละวันก็ยังมีการขึ้นๆ ลงๆ อยู่ดี และยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ตลาด sideway หรือยังหาทิศทางของตัวเองไม่ถูกด้วยแล้ว โอกาสเดาถูกอาจจะลดเหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งลงไปอีก

นี่ไม่นับว่า การเดาถูกทางที่วานั้นจะต้องเดา "ขนาด" ของความถูกต้องที่ว่านั้นให้ถูกด้วยนะ

เช่น ถ้าเราเดาว่าดัชนีจะขึ้น (แล้วขึ้น +5) แต่อีกวันหนึ่งเดาว่าจะขึ้นต่อ แต่เดาผิดคือดัชนีลงและผิดมาก คือ -20 แบบนี้ความเสียหายอาจจะมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่านอกจากเดาว่าขึ้นหรือลงแล้ว ยังต้องเดาได้ว่าขึ้นหรือลงเท่าใดให้ถูกต้องอีกด้วย เพื่อใช้ประโยชน์จากการเดาถูกได้เต็มที่เพื่อการเก็งกำไร เพราะถ้าเดาผิด หรือผิดปริมาณด้วย ย่อมเกิดความเสียหายได้มาก เรียกว่ายากเอาการเลยทีเดียว

สรุปง่ายๆ คือไม่ว่าเราจะเดาถูกหรือผิด เดิมพันที่วางในการเดาแต่ละครั้งมักจะวนเวียนทำให้เราขาดทุนได้เสมอในที่สุด

การคาดการบริษัท


อยากจะบอกว่า แทนที่เราจะนั่งคาดการณ์ดัชนี ที่ดูแล้วเหมือนจะง่ายเพราะอิงกับเศรษฐกิจต่างๆ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นนัก ในทางตรงกันข้ามกับการคาดการดัชนี แต่เรามาคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ แทน ดูจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ และถ้าผสมกับราคาหุ้นที่จะขึ้นหรือลงในกรอบเวลาที่กว้างขึ้น ดูจะง่ายยิ่งขึ้นไปอีกด้วย  โดยส่วนตัวแล้วผมมักคาดได้ถูกต้องมากกว่า 75% และที่สำคัญคือแม้จะผิดก็ไม่ผิดจนเกิดความเสียหายมากนัก (และผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆ นักลงทุนหลายท่านสามารถฝึกที่จะคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทได้ดีด้วยเช่นกัน) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

อาจจะเป็นเพราะเรามักสนใจคาดการณ์เฉพาะบริษัทที่เราคาดได้ คือได้ศึกษามาดีแล้ว รู้จักบริษัทนั้นดี (และนำไปใช้งานในการลงทุน) ส่วนที่เราไม่รู้เราก็ปล่อยไป ไม่สนใจนนำไปใช้งานอะไร เมื่อเราหัดทำเช่นนี้ซ้ำๆ โอกาสสำเร็จในการลงทุนมักจะสูงกว่า (แต่อาจจะต้องรอนานกว่าจะสะท้อนออกมาในราคาหุ้น ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีที่ขึ้นลงทุกวัน เป็นการแลกเปลี่ยนครับ)

สรุป

ในระยะยาวแล้ว
คนพยายามเดาดัชนีและพยายามหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดัชนีในแต่ละวันจึงมักเป็นผู้แพ้
คนที่เข้าใจธุรกิจ และเข้าใจการสะท้อนกลับมาถึงราคาหุ้น (ว่าจะกลับมาหรือไม่และควรเป็นจำนวนเท่าไร - ส่วนเมื่อไรนั้นไม่มีใครบอกได้) จึงมักชนะในระยะยาวนั่นเอง